Autoliketv

Top Menu

  • Home
  • Contact Us

Main Menu

  • Autolike Event
  • Autolike Special
  • Autolike new model
    • Autolike New Car
    • Autolike New Bike
  • Home
  • Contact Us

logo

Header Banner

Autoliketv

  • Autolike Event
  • Autolike Special
  • Autolike new model
    • Autolike New Car
    • Autolike New Bike
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวตระกูล CBR1000RR-R Fireblade โฉมใหม่ พร้อมเผยโฉม HRC Works Edition ในงาน EICMA 2026

  • ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ มอบรถจักรยานยนต์ PG-1 จำนวน 8 คัน ให้แก่กรมป่าไม้ เพื่อสนับสนุนภารกิจป้องกันและเฝ้าระวังไฟป่า รวมถึงการลาดตระเวนและสำรวจพื้นที่ป่า

  • โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แนะนำ INNOVA ZENIX รุ่นปรับปรุง ปี 2569 ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้ทุกครอบครัว ด้วยการสเปกใหม่ ประหยัดน้ำมันมากขึ้น พร้อมพิเศษ! ราคาเดิม เฉพาะช่วงแนะนำ

  • Geely Auto ประกาศความสำเร็จของ EX2 ที่มียอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน ภายในเวลาเพียง 2 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวตระกูล CRF1150L Africa Twin ครั้งแรกในโลกที่งาน EICMA 2026

Autolike Event
Home›Autolike Event›รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวตระกูล CBR1000RR-R Fireblade โฉมใหม่ พร้อมเผยโฉม HRC Works Edition ในงาน EICMA 2026

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวตระกูล CBR1000RR-R Fireblade โฉมใหม่ พร้อมเผยโฉม HRC Works Edition ในงาน EICMA 2026

By Article writer
November 3, 2026
Share:

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัวรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตรุ่นเรือธงตระกูล CBR1000RR-R Fireblade โฉมใหม่ทั้งหมดเป็นครั้งแรกในโลก ภายในงาน EICMA 2026 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยรุ่นปี 2027 ได้รับการออกแบบชิ้นส่วนใหม่ประมาณ 75% ของตัวรถ เพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันบนสนามแข่ง พร้อมเปิดตัว CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship (WSBK)

รถจักรยานยนต์ตระกูล CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Total Control for the Track” โดยมุ่งเน้นการดึงศักยภาพสูงสุดของตัวรถออกมาใช้บนสนามแข่ง พร้อมปรับปรุงโครงสร้างแชสซี ระบบกันสะเทือน และขุมพลังเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้ง เสถียรภาพขณะเร่งและลดความเร็ว รวมถึงความคล่องตัวในการควบคุมรถทั้งบนสนามแข่งและถนนสาธารณะ

สำหรับไลน์อัปรุ่นปี 2027 ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ CBR1000RR-R Fireblade (Fireblade), CBR1000RR-R Fireblade SP (Fireblade SP) ที่มาพร้อมระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronically Controlled Suspension) และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ และ CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition (HRC Works Edition) รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นในฐานะ Homologation Model สำหรับการแข่งขัน WSBK โดยเฉพาะ พร้อมชิ้นส่วนเฉพาะรุ่น รวมถึงปีกวิงเล็ตด้านหน้า (Front Winglets) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และการเข้าโค้ง โดยตัวรถยังได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศที่วางจำหน่าย

คุณสมบัติเด่นของตระกูล CBR1000RR-R Fireblade

  • แชสซีและระบบกันสะเทือน (Chassis and Suspension)

CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 ได้รับการพัฒนาโครงสร้างแชสซีใหม่ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้งและเสถียรภาพขณะเร่งและลดความเร็วบนสนามแข่ง ควบคู่กับความคล่องตัวและอิสระในการควบคุมรถบนถนนสาธารณะ โดยมาพร้อมเฟรมอะลูมิเนียมแบบท่อคู่ (Aluminum Twin-tube Frame) ที่ออกแบบใหม่ เพื่อปรับความสมดุลด้านความแข็งเกร็ง (Rigidity) ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โครงสร้างเฟรมได้รับการปรับปรุงหลายส่วน ทั้งการขยายช่องเปิดบริเวณคอท่อ (Head Pipe) ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงอากาศเข้าสู่หม้อกรองอากาศ (Air Cleaner) เพื่อปรับความแข็งเกร็งแนวขวาง (Lateral Rigidity) รวมถึงการเปลี่ยนจุดยึดเสื้อสูบเครื่องยนต์ (Engine Cylinder Hangers) จากโครงสร้างหล่อชิ้นเดียวพร้อมครีบเสริมความแข็งแรง มาเป็นรูปแบบขายึดแยกชิ้นด้วยสลักเกลียว (Bolt-on Configuration) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการออกแบบเฟรม เมื่อผสานกับการปรับปรุงชิ้นส่วนอื่น ๆ จึงสามารถลดความแข็งเกร็งแนวขวางลงได้ 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยยังคงความต้านทานการบิดตัว (Torsional Rigidity) ไว้เช่นเดิม ช่วยเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้ง ความรู้สึกถึงการยึดเกาะของหน้ายางกับพื้นผิวถนน (Tire Contact Feel) และเสถียรภาพขณะเร่งความเร็ว

นอกจากนี้ ยังนำกระบวนการหล่อโลหะแบบผนังบางด้วยแรงโน้มถ่วง (Thin-wall Gravity Die Casting หรือ GDC) มาใช้ในการผลิตเฟรม เพื่อให้สามารถปรับความแข็งเกร็งของโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถขึ้นรูปเฟรมที่มีความหนาของผนังต่ำสุดเพียง 2 มิลลิเมตร และปรับความหนาของผนังแต่ละส่วนให้เหมาะสม ส่งผลให้ลดน้ำหนักเฟรมลงได้ 440 กรัมเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า สำหรับรุ่น Fireblade และ Fireblade SP

ด้านตะเกียบหลังอะลูมิเนียมขึ้นรูปด้วยการปั๊ม (Aluminum Pressed-construction Swingarm) ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน โดยลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแกนสวิงอาร์ม (Pivot Shaft) จาก 20 มิลลิเมตร เหลือ 17 มิลลิเมตร พร้อมปรับความหนาของผนังและความกว้างของจุดหมุน เพื่อให้ได้ความแข็งเกร็งที่เหมาะสม สามารถลดความแข็งเกร็งแนวขวางลงได้ 12% โดยยังคงความต้านทานการบิดตัวไว้ ช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงการยึดเกาะของยางหลังขณะเข้าโค้ง

ระบบกันสะเทือนได้รับการปรับแต่งค่าความหน่วง (Suspension Damping Settings) ให้เหมาะสมกับแต่ละรุ่นย่อย เพื่อเพิ่มสมรรถนะบนสนามแข่ง พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการซับแรงกระแทกบนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Fireblade: ใช้โช้กอัปหน้าแบบ Big Piston Fork (BPF) ของ SHOWA (บริษัท Astemo จำกัด) และระบบกันสะเทือนหลัง SHOWA BFRC-lite
  • Fireblade SP: มาพร้อมระบบกันสะเทือน Öhlins ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้รุ่น NPX Smart-EC3.0 ด้านหน้า และ TTX36 Smart-EC3.0 ด้านหลัง

อีกหนึ่งจุดเด่นคือถังน้ำมันเชื้อเพลิงไทเทเนียมที่พัฒนาขึ้นเพื่อลดน้ำหนักตัวรถ โดยต่อยอดจากเทคโนโลยีที่เคยนำมาใช้ใน CBR1000RR SP และ CBR1000RR SP2 รุ่นปี 2017 ซึ่งยังจำเป็นต้องติดตั้งฝาครอบพลาสติกด้านนอก แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการปั๊มขึ้นรูปและการพ่นสีไทเทเนียม ทำให้รุ่นปี 2027 สามารถตัดฝาครอบพลาสติกดังกล่าวออกได้ ช่วยลดน้ำหนักตัวรถลงอีกขั้น

สำหรับรุ่น Fireblade SP มาพร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านกระบวนการขัดลายเส้นด้วยมือ (Hand-finished Hairline Treatment) เผยให้เห็นพื้นผิวไทเทเนียมเปลือยบางส่วน ผสานการลดน้ำหนักเข้ากับงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสริมความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ตัวรถยังติดตั้งตราสัญลักษณ์ Honda Flagship WING รูปแบบใหม่ในโทนสีเงินและดำ (Monotone Silver-and-black Design) บริเวณถังน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งสองด้าน

  • ขุมพลังขับเคลื่อน (Power Unit)

CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง (Inline-four Engine) 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 999 ซีซี พร้อมติดตั้ง ระบบปากแตรดักอากาศแปรผันความยาวแบบ 2 จังหวะ (Two-stage Variable-length Intake Air Funnel System) ซึ่งนำมาใช้ในรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นผลิตจำหน่ายจริงเป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มพละกำลังในช่วงรอบต่ำถึงปานกลาง พร้อมรักษาสมรรถนะในรอบสูง และช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นตลอดทุกย่านความเร็วรอบเครื่องยนต์

ระบบดังกล่าวใช้โครงสร้างปากแตรดักอากาศแบบ 2 ชิ้นที่แยกออกจากกันในแนวดิ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนความยาวและเส้นผ่านศูนย์กลางใช้งานจริงของช่องทางเดินไอดีตามความเร็วรอบเครื่องยนต์ โดยเมื่อเครื่องยนต์ทำงานที่ความเร็วรอบตั้งแต่ 11,750 รอบต่อนาทีขึ้นไป ปากแตรส่วนบนจะเลื่อนขึ้นและแยกออกจากปากแตรส่วนล่าง ช่วยให้การส่งกำลังมีความเหมาะสมกับการทำงานในแต่ละย่านความเร็วรอบ

นอกจากนี้ ระบบคันเร่งไฟฟ้าแบบสองมอเตอร์ (Two-motor Throttle-by-wire System) ยังได้รับการปรับปรุงให้ควบคุมการทำงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับองศาการเปิดของลิ้นปีกผีเสื้อ (Throttle Valve) ได้อย่างละเอียด ช่วยเพิ่มการตอบสนองของคันเร่งขณะเร่งความเร็วและประสิทธิภาพของแรงหน่วงเครื่องยนต์ (Engine Braking) ขณะลดความเร็ว พร้อมช่วยให้จังหวะเปลี่ยนผ่านจากการลดความเร็วสู่การเร่งความเร็วเป็นไปอย่างนุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น

ชิ้นส่วนเครื่องยนต์บางส่วนยังได้รับการปรับเปลี่ยนวัสดุเพื่อลดน้ำหนัก รวมถึงฝาครอบหัวสูบ (Cylinder Head Cover) ที่เปลี่ยนจากอะลูมิเนียมเป็นแมกนีเซียม ช่วยลดน้ำหนักในรุ่น Fireblade SP ได้มากกว่า 200 กรัม

CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว CBR1000RR-R Fireblade HRC Works Edition รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันรายการ FIM Superbike World Championship (WSBK) โดยออกแบบสำหรับการขับขี่แบบที่นั่งเดี่ยว (Solo Riding) และติดตั้งชิ้นส่วนเฉพาะรุ่นที่มุ่งเน้นสมรรถนะบนสนามแข่ง

ตัวรถมาพร้อมปีกวิงเล็ตด้านหน้า (Front Winglets) บังโคลนหน้า และแฟริ่งท่อดักอากาศด้านหลัง (Rear Duct Fairing) ที่ผลิตจากพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber Reinforced Plastic หรือ CFRP) ซึ่งช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้สมรรถนะการเร่งความเร็วและการเข้าโค้งดียิ่งขึ้น

ด้านระบบกันสะเทือนติดตั้งโช้กอัปหน้า Öhlins NPX และระบบกันสะเทือนหลัง TTX36 แบบปรับตั้งด้วยกลไก (Mechanically Adjustable) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซับแรงกระแทกและการยึดเกาะถนนขณะขับขี่บนสนามแข่ง พร้อมระบบเบรก Brembo Hypure Sports

นอกจากนี้ รุ่น HRC Works Edition ยังมีชุดชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขัน HRC Racing Kit เพื่อรองรับข้อกำหนดของรายการแข่งขัน ประกอบด้วย

  • กล่องควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (PGM-FI) และชุดจุดระเบิด (Ignition Unit)
  • ระบบเกียร์แบบเกียร์ว่างอยู่ล่างสุด (Bottom-neutral Shift System)
  • ปลอกคอท่อ (Head Pipe Collar)
  • ปลอกแกนตะเกียบหลัง (Swingarm Pivot Collar)
  • ชิ้นส่วนสำหรับการแข่งขันอื่น ๆ

ทั้งนี้ การติดตั้งชุดแต่ง HRC Racing Kit จะทำให้การรับประกันของผู้ผลิตสิ้นสุดลง

การนำวัสดุที่ยั่งยืนมาใช้ (Sustainable Materials)

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เดินหน้าขยายการใช้วัสดุที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้เป้าหมายการใช้วัสดุที่ยั่งยืนในอัตรา 100% ภายในปี 2050 เพื่อมุ่งสู่สังคมที่ปราศจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุที่ผลิตจากมวลชีวภาพ (Biomass-derived Materials) มาใช้ในกระบวนการผลิต

สำหรับ CBR1000RR-R Fireblade รุ่นปี 2027 ทุกรุ่นย่อย ได้นำวัสดุที่ยั่งยืน 4 ประเภทมาใช้เป็นส่วนประกอบของตัวรถ ได้แก่

  • ชิลด์บังลมหน้า (Windscreen): ผลิตจาก DURABIO™ พลาสติกวิศวกรรมที่ผลิตจากพืช มีคุณสมบัติขึ้นรูปได้ง่าย ทนทานต่อสภาพอากาศและรอยขีดข่วน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมโดยไม่ลดทอนฟังก์ชันการใช้งานและรูปลักษณ์ของชิลด์บังลมหน้า
  • โครงฐานเบาะนั่งด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Seat Bases): ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลก่อนการบริโภค (Pre-consumer Recycled Materials) ที่ได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตและขึ้นรูปของอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
  • หม้อกรองอากาศ (Air Cleaner Case) ฝาครอบด้านข้าง (Side Covers) และชิ้นส่วนอื่น ๆ: ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Materials) ที่ได้จากผลิตภัณฑ์พลาสติกผ่านการใช้งานแล้วจากครัวเรือน อาคารพาณิชย์ และแหล่งใช้งานอื่น ๆ
  • ตราสัญลักษณ์ Honda Flagship WING: ผลิตจากเรซินอะคริลิกรีไซเคิลทางเคมี (Chemically Recycled Acrylic Resin) ซึ่งได้จากการย่อยสลายวัสดุอะคริลิกใช้แล้ว รวมถึงวัสดุที่คัดแยกจากยานพาหนะหมดอายุการใช้งาน (End-of-life Vehicles) ให้กลับคืนสู่สภาพวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ใหม่

หมายเหตุ

*1 FIM: สหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (Fédération Internationale de Motocyclisme)

*2 ข้อมูลการลดน้ำหนักเฟรม 440 กรัม สำหรับรุ่น Fireblade และ Fireblade SP

*3 CFRP: พลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใยคาร์บอน (Carbon Fiber Reinforced Plastic)

*4 การติดตั้งชุดแต่ง HRC Racing Kit จะทำให้การรับประกันของผู้ผลิตสิ้นสุดลง

*5 DURABIO™ เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Chemical Corporation)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

 

 

ติดตามข่าวสารด้านยานยนต์ “ออโต้ไลค์ ทีวี” ได้ทาง PPTV HD36 ทุกวันพฤหัส เวลา 23.00 – 23.30 น.
หรือได้ทางออนไลน์ www.autoliketv.com
ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/Autoliketv
ทางยูทูป www.youtube.com/AutoLikeTV
และ TIKTOK www.tiktok.com/@autoliket

TagsEICMA2026HondaBigBikeThailandHondaEicma2026HondaMotorcycleThailandthaihondaรถจักรยานยนต์ฮอนด้าไทยฮอนด้า
Previous Article

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ มอบรถจักรยานยนต์ PG-1 จำนวน 8 คัน ให้แก่กรมป่าไม้ ...

0
Shares
  • 0
  • 0

Related articles More from author

  • Autolike Event

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จับมือค่ายเพลง What The Duck สร้างปรากฏการณ์ความสนุกครั้งใหม่กับกิจกรรม “Scoopy School Tour” ยกทัพศิลปินชื่อดังบุกเสิร์ฟมินิคอนเสิร์ตและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงรั้วโรงเรียน

    July 2, 2026
    By Article writer
  • Autolike Event

    ไทยฮอนด้า สานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยทางถนน มอบหมวกนิรภัย 1,000 ใบ ให้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

    October 22, 2026
    By Article writer
  • Autolike Event

    ไทยฮอนด้า สนับสนุนฟุตบอลเยาวชนไทยในศึก “กรมพลศึกษา เดลินิวส์ คัพ 2026” เพื่อพัฒนาดาวรุ่งสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ

    May 11, 2026
    By Article writer
  • Autolike Event

    ไทยฮอนด้า ร่วมกับ สพฐ. เปิดตัวโครงการ “สพฐ. – ไทยฮอนด้า ปลุกพลังฝัน สร้างถนนปลอดภัย” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนในกลุ่มเยาวชนไทย

    July 20, 2026
    By Article writer
  • Autolike Event

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนสายคลาสสิกทัวริ่งออกเดินทางสู่ประสบการณ์ครั้งพิเศษกับ ASIAN XPERIENCE 2026 – Vietnam Chapte ทริปขับขี่ข้ามพรมแดนบนเส้นทาง มุกดาหาร–ลาว–เวียดนาม

    September 9, 2026
    By Article writer
  • Autolike Event

    CUB House by Honda จับมือ PUN ถ่ายทอดตัวตนผ่าน Monkey พร้อมเดินทางสู่โลกแห่งความฝัน ในนิทรรศการ MUSEUM OF SOMNIA

    August 14, 2026
    By Article writer

Find us on Facebook

 

 

logo

“ออโต้ไลค์ทีวี” เว็บไซต์ยานยนต์ สำหรับคนนำสมัย คอนเซ็ปต์ “แค่คลิกไลค์ ใจคุณก็รักรถ”

About us

  • 63 ซอยลาดปลาเค้า 33 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
  • 02-077-7440
  • autoliketv@gmail.com
https://youtu.be/Cn5CLEGCl6Y?si=UP0KODjmgB_6THg3
https://youtu.be/Wc43UcjwveQ?si=5PP7RmhZuSh51VQ3
https://youtu.be/jXK24fjGNQo?si=z6-u9EMx-8I0D2O4
https://youtu.be/z67HP8gkq0g?si=WmZV3UDvzhvnxN6D
© Copyright AUTOLIKETV TEAM. All rights reserved.