มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 25 พัฒนาบุคลากรสู่การบริการลูกค้าระดับมาตรฐานสากล

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผล 7 สุดยอดฝีมือ ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 25 ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพบุคลากรทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยการแข่งขันปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อความเชี่ยวชาญ สู่ประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับลูกค้า” ผ่านหัวใจแห่งการบริการ 3 มิติ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญ (Expertise) การสร้างประสบการณ์ที่ดี (Experience) และบริการที่ยอดเยี่ยม (Excellence) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมฉลองความสำเร็จของตัวแทนประเทศไทย ที่สามารถสร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทที่ปรึกษางานบริการ จากการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก ประจำปี 2568 ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของบุคลากรไทยในระดับสากล

มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ถือเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนามาตรฐานการบริการอย่างรอบด้านในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ไปจนถึงงานซ่อมบำรุง เราเชื่อมั่นในปรัชญา ‘KOE’ (声) การรับฟังเสียงของลูกค้า และ ‘KANDO’ (感動) การสร้างความประทับใจในทุกจุดสัมผัสของงานบริการและผลิตภัณฑ์ คุณค่าที่แท้จริงเกิดจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความใส่ใจในทุกรายละเอียดและความรู้สึกของลูกค้า
การแข่งขันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเสริมทักษะของพนักงานผู้จำหน่ายเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อความสำเร็จ
สู่เวทีระดับโลก ซึ่งรางวัลที่ตัวแทนประเทศไทยได้รับ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ว่ามาตรฐานงานบริการของไทยนั้นทัดเทียมระดับสากล และเราพร้อมนำมาตรฐานระดับโลกนี้ มาส่งมอบผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 185 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดี เสริมสร้างความเชื่อมั่น และความพึงพอใจสูงสุดในทุกพื้นที่”

การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิครั้งที่ 25 นี้ มีผู้เข้าแข่งขันรวมทั้งสิ้นกว่า 4,235 คน ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น เหลือเพียง 65 คน ในรอบชิงชนะเลิศ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศ 7 คน ที่เป็นที่สุดของแต่ละประเภทงานบริการ ครอบคลุมสถานีทดสอบทั้ง 7 ประเภทงานบริการลูกค้าอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่ ที่ปรึกษาการขาย (Sales Consultant) ที่พร้อมให้ข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงพาลูกค้าไปทดลองขับรถยนต์ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ ตามด้วย เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relations Officer) ดูแลการสื่อสารและการนัดหมาย รวมถึงช่วยคลายความกังวลของลูกค้า เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการรับบริการ ที่ปรึกษางานบริการ (Service Advisor) จะเป็นตัวกลางสำคัญระหว่างลูกค้าและฝ่ายเทคนิค รับฟังความต้องการและให้คำแนะนำที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างตรงจุด ในขั้นตอนของการตรวจสอบและซ่อมบำรุง ช่างเทคนิคเช็กระยะ (Periodic Maintenance Technician) จะรับผิดชอบการตรวจเช็ก บำรุงรักษาตามระยะ อย่างถูกต้องและเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นความรวดเร็วและความปลอดภัย ส่วน ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา (Diagnostic Technician) จะทำงานประสานกับศูนย์บริการอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทางเทคนิคอย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับ เจ้าหน้าที่อะไหล่ (Parts Officer) ที่ดำเนินการบริหารจัดการอะไหล่ให้พร้อมสนับสนุนงานซ่อมบำรุงให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และในกรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ ที่ปรึกษางานบริการศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง (Service Advisor (BP)) จะดูแลงานซ่อมสีและตัวถังให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานของแบรนด์ ด้วยศูนย์ซ่อมสีและตัวถังกว่า 90 แห่ง
ทั่วประเทศ

ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในปีนี้ คือการนำ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาใช้เป็นรถยนต์หลักในการจำลองสถานการณ์การแข่งขัน เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในปัจจุบัน
ด้วยเทคโนโลยีฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ การเลือกใช้รถยนต์รุ่นนี้
ผู้เข้าแข่งขันจะได้ทดสอบความรู้ ความแม่นยำ และความพร้อมเชิงเทคนิคในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่หลากหลายที่อาจเกิดขึ้นจริง เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพในการให้บริการ และการรับมือกับเทคโนโลยียานยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ความสำเร็จจากการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับนานาชาติของพนักงานผู้จำหน่ายด้าน “ที่ปรึกษางานบริการ” และ “ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา” ในการแข่งขันทักษะการบริการระดับโลก (Global Service Skills Contest) ประจำปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปีที่ประเทศญี่ปุ่น ตัวแทนจากประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลได้ทั้ง 2 ประเภท ได้แก่ นายไพรัตน์ หงษ์จอหอ
จาก บริษัท อาร์.เอ็ม.เอ.เทรดดิ้ง จำกัด (ลุมพินี) คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา และ นางสาวกาญจนา ปิติยะ จากบริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทที่ปรึกษางานบริการ สะท้อนถึงศักยภาพและมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของบุคลากรจากเครือข่ายผู้จำหน่าย
ทั่วประเทศได้อย่างชัดเจน

นายไพรัตน์ หงษ์จอหอ จาก บริษัท อาร์.เอ็ม.เอ.เทรดดิ้ง จำกัด (ลุมพินี) เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภท
ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา เผยถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “รางวัลนี้เป็นผลจากการฝึกซ้อมและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง งานของผมคือการวิเคราะห์ปัญหาให้แม่นยำที่สุด เพราะยิ่งแก้ได้ตรงจุด ลูกค้าก็ยิ่งมั่นใจ ความเชี่ยวชาญเกิดจากการเรียนรู้และลงมือทำซ้ำ ๆ จนสามารถนำไปใช้ในงานจริงและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้ครับ”
นางสาวกาญจนา ปิติยะ จากบริษัท ทีเคซี มิตซูตาก จำกัด (สำนักงานใหญ่) เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภทที่ปรึกษางานบริการ เผยมุมมองต่อประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “งานบริการเริ่มจากการทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจตั้งแต่ก้าวแรก ด้วยการรับฟังและอธิบายทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน การได้แข่งขันระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ด้านมาตรฐานบริการ ดิฉันขอบคุณมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สำหรับโอกาสในการพัฒนาทักษะ และจะนำความรู้กลับมาส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าต่อไปค่ะ”
ติดตามข่าวสารด้านยานยนต์ “ออโต้ไลค์ ทีวี” ได้ทาง PPTV HD36 ทุกวันพฤหัส เวลา 23.00 – 23.30 น.
หรือได้ทางออนไลน์ www.autoliketv.com
ทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/Autoliketv
ทางยูทูป www.youtube.com/AutoLikeTV
และ TIKTOK www.tiktok.com/@autoliketv








